วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ส้มตำ


 ส้มตำ (Som tam) เป็นอาหารคาวของไทยอย่างหนึ่ง มีต้นกำเนิดไม่แน่ชัดโดยน่าจะมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของไทยและ ประเทศลาว ส่วนมากจะทำโดยนำมะละกอดิบที่ขูดเป็นเส้น มาตำในครกกับ มะเขือลูกเล็ก ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง พริก และกระเทียม ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ปูดองหรือปลาร้า ให้มีรสเปรี้ยว เผ็ด และออกเค็มเล็กน้อย นิยมกินกับข้าวเหนียวและไก่ย่าง โดยมีผักสด เช่น กระหล่ำปลี หรือถั่วฝักยาว เป็นเครื่องเคียง
        ร้านที่ขายส้มตำ มักจะมีอาหารอีสานอย่างอื่นขายร่วมด้วย เช่น ซุปหน่อไม้ ลาบ น้ำตก ไก่ย่าง ข้าวเหนียว เป็นต้น ส้มตำเป็นอาหารที่แพร่หลายและนิยมรับประทานไปทุกภาค ยังให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระราชนิพนธ์เพลงส้มตำขึ้นมา

เมนูอาหารอีสานแนะนำ


เมนูอาหารอีสานแนะนำ รวมทั้งวิธีการทำอาหารด้วย

แนะนำเมนู และสูตรอาหารอีสาน ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านประจำภาคอีสาน isan food รวมทั้งรายการอาหารที่เพื่อนๆ สมาชิกบ้านมหาผู้ที่ชื่นชอบการทำอาหารการกิน แบบลูกทุ่งอีสาน เช่น ซกเล็ก ลาบ ก้อย น้ำตก ฯลฯ มาร่วมนำเสนอสูตรเด็ด รสแซบ

ต้มยำกุ้ง

 กุ้งขนาดกลาง 12 ตัว (ปอกเปลือก, ทำความสะอาด)
* เห็ดฟาง 10 อัน
* ตะไคร้ 1 กำ
   (ทุบให้แหลกและหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 2")
* ใบมะกรูด 3 ใบ
* เกลือ 1 ช้อนชา
* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
* พริกขี้หนู 6 เม็ด (ทุบพอให้แหลก)
* น้ำสะอาด 4 ถ้วยตวง
* ผักชี 1/2 ถ้วยตวง (หั่นหยาบ)
วิธีทำทีละขั้นตอน
1. ปอกเปลือกกุ้งออก เหลือหางไว้ (เพื่อความสวยงามเมื่อปรุงเสร็จ) จากนั้นหั่นด้านหลังกุ้งเพื่อเอาเส้นเลือดสีดำออก เสร็จแล้วนำเห็ดฟางไปล้างให้สะอาด หั่นเป็น 4 ส่วนและนำไปผึ่งให้แห้ง
2. นำน้ำเปล่าไปต้มในหม้อ จากนั้นใส่ตะไคร้, ใบมะกรูด และกุ้ง เมื่อสีกุ้งเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพู (เริ่มสุก) ใส่เห็ดที่หั่นไว้แล้วและเกลือ
3. หลังจากน้ำเดือดแล้วปิดไฟ และ้นำหม้อออกมาจากเตา ปรุงรสด้วยน้ำปลา, น้ำมะนาว และพริกขี้หนู เมื่อปรุงรสเสร็จตักเสิรฟในถ้วย ตกแต่งด้วยผักชีและเสิรฟทันที พร้อมด้วยข้าวสวยร้อนๆ

ราดหน้าทรงเครื่อง

คุณค่าทางโภชนาการต่อ 1 ที่
พลังงาน 293 กิโลแคลอรี
*15%
น้ำตาล 2 กรัม
*3%
ไขมัน 10 กรัม
*16%
โซเดียม 956 มิลลิกรัม
*40%


* คิดเป็นร้อยละของปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน
- ควรลดหวาน มัน เค็ม เพื่อสุขภาพที่ดี -

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
กุ้งล้างแกะเปลือก 120 กรัม
ปลาหมึกล้างแล้วบั้ง 120 กรัม
ปูอัด 120 กรัม
แครอท 100 กรัม
คะน้า 150 กรัม
ข้าวโพดอ่อน 100 กรัม
กระเทียมสับ 20 กรัม
แป้งข้าวโพด 20 กรัม
พริกไทยเล็กน้อย
เส้นใหญ่ผัดพอสุก 200 กรัม
ซอสปรุงอาหารตราแม็กกี้ 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ


วิธีการทำ

1. ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟพอน้ำมันร้อนใส่กระเทียมเจียวให้หอม ใส่ปลาหมึก ปูอัด เนื้อปลา ผัดพอสุก ใส่คะน้า แครอต ข้าวโพดอ่อน เติมน้ำลงไปต้มพอเดือดด้วยไฟแรง

2. ปรุงรสด้วยซอยปรุงอาหารตราแม๊กกี้ ซอสหอยนางรมตราแม๊กกี้ น้ำมันหอย เต้าเจี๊ยว และพริกไทย ชิมรสตามชอบ

3. พอเดือดละลายแป้งข้าวโพดในน้ำเปล่าเล็กน้อย ค่อยๆ ใส่ลงในกระทะคนให้เข้ากันและพอสุกข้น ปิดไฟจัดรับประทานโดยตักราดลงเส้นก๋วยเตี๋ยวที่เตรียมไว้

Tips

1. เมนูอาหารจานเดียวที่เด็กๆ ชอบรับประทานอุดมไปด้วยเนื้อสัตว์และผักต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและสมอง

2. ควรผัดผักด้วยไฟแรง แล้วเติมน้ำลงไปต้มให้เดือด ใส่แป้งข้าวโพดในขั้นตอนสุดท้าย

3. ส่วนเส้นก๋วยเตี๋ยว เนื้อสัตว์หรือผักสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามใจชอบ
สูตร 

ปลาดุกทอดขมิ้น

สูตรอาหาร โดย Vanilla~Caramel
ไปจ่ายตลาดมาเจอปลาดุกเนื้อสดเชียว เลยกะว่าจะทำปลาดุกทอดขมิ้นทาน เพราะไม่ค่อยได้ทานนานแล้ว ตามร้านอาหารก็ไม่ค่อยมีด้วยสิ ส่วนใหญ่จะมีแต่พวกปลาดูกฟูมากกว่า สำหรับสูตรนี้ถ้าใครไม่มีขมิ้นสดจัใช้เป็นขมิ้นผงก็ได้เหมือนกันนะจ๊ะ ^^
Photo
สัญชาติไทย
ประเภทอาหารอาหารคาว
ส่วนประกอบหลักปลา | พริก
วิธีปรุงทอด
วัตถุดิบ:
ปลาดุก 1 ตัว
ขมิ้นซอย 1 ถ้วย
กระเทียม 4 - 5 กลีบ

เครื่องปรุง:
เกลือป่น ½ ช้อนชา
พริกไทย ½ ช้อนชา
ขั้นตอนการทำ
1. ล้างทำความสะอาดปลาให้สะอาด อย่าลืมผ่าท้อง ควักไส้ออกด้วย จากนั้นบั้งเนื้อปลาทั้งสองด้าน

2. เอาขมิ้น กระเทียม พริกไทย และเกลือป่นโขลกให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปคลุกตัวปลาดุกให้ทั่วทั้งตัว หมักทิ้งเอาไว้ 20 นาที

3. เมื่อครบ 20 นาทีแล้วให้ตั้งกะทะใส่น้ำมันให้ร้อน จากนั้นนำปลาดูกที่หมักไว้ลงไปทอด เมื่อปลาเหลืองกรอบทั้งสองด้านแล้วตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ก่อนใส่จานเสิร์ฟ

อาหารวันนี้ ข้าวผัดแหนม


เครื่องปรุงข้าวสวย 4 ถ้วย
แหนม 2 แท่ง
ไข่ไก่ 2 ฟอง
ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
หัวหอมใหญ่ ½ หัว
กระเทียมกลีบใหญ่ 3 กลีบ
ผักกาดหอม 4 ใบ
มะเขือเทศ 1 ลูก
ต้นหอม 3 ต้น
ผักชี 1 ต้น
น้ำมันสำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ1. ปลอกเปลือกหัวหอมใหญ่ กระเทียม ตัดก้านต้นหอม ผักชี และผักกาดหอม นำผักทั้งหมดไปล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำ แล้วหั่นหัวหอมใหญ่เป็นลูกเต๋าเล็กๆ สับกระเทียมให้ละเอียด หั่นต้นหอมเป็นท่อน หั่นมะเขือเทศเป็นแว่น และเด็ดผักชีเป็นใบๆ
2. หั่นแหนมเฉียงๆ เป็นชิ้นขนาดพอคำ (ถ้ามีพริกในแหนมก็ให้หั่นเป็นท่อนแล้วใส่ลงไปผัดพร้อมหัวหอมใหญ่และกระเทียมสับได้เลยค่ะ) จากนั้น เปิดเตาที่ไฟปานกลาง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อนให้นำหัวหอมใหญ่หั่นเต๋าและกระเทียมสับลงไปผัดให้หอม (สังเกตหัวหอมใหญ่เริ่มใส)
3. ใส่แหนมที่หั่นไว้ลงไปผัดไปซักพัก พอแหนมเริ่มสุกให้ทำหลุมตรงกลางกระทะ ตอกไข่ลงไป ตีไข่ให้กระจาย จากนั้นก็เติมเครื่องปรุงต่างๆ คือ ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) ซอสปรุงรส และน้ำตาลทรายลงไป (พยายามโรยเครื่องปรุงให้ทั่วๆ นะคะ) 
4. รอจนไข่เริ่มสุกก็กลับด้านไข่ (ควรรอให้ไข่เริ่มแห้งก่อนค่อยผัดต่อนะคะ ไม่อย่างนั้นไข่จะเละหมด) พอไข่สุกให้ใส่ข้าวสวยลงไป เติมน้ำมันหอย ผัดเครื่องทั้งหมดกับข้าวให้เข้ากัน 
5. โรยต้นหอมลงไป ผัดข้าวให้ทั่วแล้วปิดเตา
6. จัดผักกาดหอมและมะเขือเทศวางบนจาน ตักข้าวลงไป โรยหน้าด้วยผักชี จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ